ลุ้นขยายสถิติไร้พ่ายในบ้าน, บิเอลซ่าประเดิมพรีเมียร์ ! 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ดวล ลีดส์

ช่วงเวลาที่คอลูกหนังรอคอยมานานมาถึงจนได้ ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2020/2021 เปิดฉากขึ้นในวันเสาร์ที่ 12 กันยายนนี้ โดย ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดรังแอนฟิลด์ รับมือ ลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งถือเป็นแมตช์ที่น่าสนใจมากๆ เพราะเป็นการพบกันครั้งแรกในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีในรอบ 16 ปี

    เกมนี้ “หงส์แดง” ยังคงต้องลุ้นความฟิตของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมว่าจะพร้อมลงสนามหรือไม่ ในขณะเดียวกัน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คงมาพร้อมกับความมุ่งมั่นเพราะต้องการลบสถิติที่ย่ำแย่ไม่สามารถยิงประตูได้ติดต่อกัน 8 แมตช์เข้าไปแล้ว

    ขณะที่ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า กุนซือขรัวเฒ่า จะได้ลองลิ้มชิมความมั่นในเกมพรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรก แถมยังเป็นภารกิจใหญ่เพราะทัพ “ยูงทอง” มีสถิติไม่ค่อยดีนักเมื่อเจอกับ ลิเวอร์พูล ที่สำคัญพวกเขาชนะทีมดังแห่งลุ่มแม่น้ำเมอร์ซี่ย์ครั้งสุดท้ายต้องย้อนไปเมื่อเดือนเมษายน 2001https://tpc.googlesyndication.com/safeframe/1-0-37/html/container.html 

1. ศึกแชมป์ชนแชมป์
    ต้องถือว่าเป็นการประเดิมฤดูกาล 2020/2021 ที่น่าตื่นเต้นจริงๆ เพราะ ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก ปะทะกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด แชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ที่สำคัญนี่ยังเป็นการปะทะกันครั้งแรกในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีของทั้งสองทีม นับตั้งแต่ปี 2004 

 มาร์เซโล่ บิเอลซ่า กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ สามารถนำทัพ “ยูงทอง” หวนกลับมาสู่การแข่งขันในพรีเมียร์ลีก ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2004 ทำให้เขาเพิ่งจะได้รับผลตอบแทนแห่งความสำเร็จด้วยการขยายสัญญาออกไปอีก 1 ปีจนถึงปี 2021 ซึ่งถือเป็นขวัญกำลังใจที่ดีเยี่ยมสำหรับแข้งลีดส์

    ในขณะที่ “หงส์แดง” ต้องบอกว่าช่วงซัมเมอร์นี้แทบจะไม่มีการเสริมทัพใหม่ โดยได้แค่ คอสตาส ซิมิคาส แบ็กซ้ายดีกรีทีมชาติกรีซ มาร่วมทีม แต่ยังไม่แน่ว่าจะได้ลงสนามหรือไม่เพราะนักเตะมีปัญหาติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่วนเรื่อง ติอาโก้ อัลกันตาร่า ก็ยังไม่มีความแน่นอน 

ที่สำคัญดูเหมือน เจอร์เก้น คล็อปป์ น่าจะเลือกให้โอกาสดาวรุ่งด้วยการดันแข้งสายเลือดใหม่ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ ซึ่งเห็นได้ชัดจากช่วงปรีซีซั่นที่เขาให้นักเตะวัยละอ่อนได้ลงสนามเยอะมาก

    สำหรับ ลีดส์ การที่นี่เป็นแมตช์แรกในรอบ 16 ปีในศึกพรีเมียร์ลีก และยังต้องมาเยือนรังแชมป์เก่า แน่นอนว่าพวกเขาคงมีความฮึกเหิมอย่างมาก เพราะหากสามารถประเดิมฤดูกาลใหม่ด้วยการคว่ำ “หงส์แดง” ได้ถึงถิ่นแอนฟิลด์ น่าจะทำให้ “ยูงทอง” มีขวัญกำลังใจเพื่อฟาดฟันกับทีมอื่นๆ ในลีกมากยิ่งขึ้น

2. มีแผนสำรองหากกัปตันเฮนโด้ไม่ฟิต
     หาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ฟิตเต็มร้อยเขาต้องมีชื่อในฐานะกัปตันทีมตัวจริงเกมปะทะ ลีดส์ วันเสาร์นี้ แต่หาก “เฮนโด้” ไม่ฟิต คล็อปป์ ก็ยังมีแผนสำรองเพื่อให้แดนกลางของทีมยังคงแข็งแกร่ง ด้วยการใช้ นาบี เกอิต้า ลงทำหน้าที่คุมจังหวะเกม

    แน่นอนว่าระบบการเล่นของคล็อปป์ ยังคงใช้แผน 4-3-3 แดนกลางนอกจาก เกอิต้า แล้วยังมี ฟาบินโญ่ กับ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม คอยทำหน้าที่คุมแผงมิดฟิลด์ ขณะที่ เจมส์ มิลเนอร์ ซึ่งมีโอกาสได้หวนกลับมาพบกับ ลีดส์ ต้นสังกัดเก่า น่าจะนั่งเป็นตัวสำรองในแมตช์นี้

    ขณะที่เกมรับมีความเป็นไปได้ที่จะได้เห็น โจ โกเมซ ยืนทำหน้าที่เป็นคู่หูเซนเตอร์แบ็กร่วมกับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ส่วนตำแหน่งฟูลแบ็กแน่นอนว่า แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน กับ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ต้องลงมาประจำการทางฝั่งซ้ายกับขวาตามลำดับ 

    สำหรับแนวรุกไม่ต้องสงสัยเลยว่า คล็อปป์ ต้องจัดชื่อ 3 ประสาน “หิน เหล็ก ไฟ” ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ลงตัวจริง ขณะเดียวกัน ทาคูมิ มินามิโนะ ที่โชว์ฟอร์มได้ดีเยี่ยมในช่วงปรีซีซั่น และเล่นเข้าระบบ “หงส์แดง” มากขึ้น น่าจะยังต้องนั่งในซุ้มม้านั่งสำรองไปก่อน 
 


3. “บังโม” ขอเวลาอีกไม่นานแล้วประตูสวยงามจะกลับมาอีกครั้ง  
    ชื่อของ มาเน่, ซาลาห์ และ ฟีร์มีโน่ จะเป็นที่ครั่นคร้ามของแนวรับคู่แข่งก็ตาม แต่ในกรณีของ “บังโม” ดูเหมือนว่าผลงานในการยิงประตูจะค่อนข้างฝืดพอสมควร เพราะเขาไม่สามารถทำประตูได้มา 8 นัดติดต่อกันซึ่งก็รวมถึงตลอดทั้ง 3 นัดในช่วงปรี-ซีซั่นด้วย

     เกมสุดท้ายที่ “คิง ออฟ อียิปต์” มีสกอร์คือ นัดที่เจ้าตัวกดสองตุงในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน ที่ “หงส์แดง” บุกอัด ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-1 เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา นั่นหมายความว่า ซาลาห์ ไม่สามารถส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายคู่แข่งได้นานถึง 2 เดือนแล้ว 

    อย่างไรก็ตาม คล็อปป์ ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของ กองหน้าทีมชาติอียิปต์ อยู่เสมอ เพราะอย่าลืมว่าเขาคือนักเตะที่คว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดประจำลีกเมื่อ 2 ซีซั่นก่อนหน้านี้ขณะที่ฤดูกาลล่าสุดทำไม่สำเร็จ แต่อย่าลืมว่านี่คือการเล่นในแอนฟิลด์ ซึ่งเขามักจะทำประตูได้เป็นประจำ

    ทั้งนี้ ซาลาห์ ซัดประตูในเกมลีกไปแล้ว 73 ลูก ตลอดช่วง 3 ซีซั่นที่อยู่กับ ลิเวอร์พูล และเจ้าตัวคาดหวังว่าจะซัดให้ได้ครบ 100 ประตูในลีกสำหรับฤดูกาลนี้ ขณะเดียวกันหากรวมสถิติการยิงประตูทุกรายการเขาตะบันไปแล้ว 94 ประตูเหลืออีกแค่ 6 ลูกก็ซัดให้ทีมครบ 100 ประตู 

     นอกจากนี้ อดีตดาวเตะ “หมาป่าเหลือง-แดง” โรม่า และ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี อาจจะมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสถิติในฐานะนักเตะคนแรกของ “เร้ด แมชีน” ที่ยิงประตูได้ในเกมเปิดหัว พรีเมียร์ลีก 4 ฤดูกาลติดต่อกันหากเขาสามารถตะบันตาข่าย ลีดส์ ในวันเสาร์นี้ได้ 

4. ลุ้นขยายสถิติไร้พ่ายในแอนฟิลด์ 
    อย่างลืมว่า แอนฟิลด์ คือนรกสำหรับทีมเยือน เพราะพวกเขาสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 59 แมตช์ติดต่อกัน โดยชนะ 48 เสมอ 11 เกม โดยแมตช์สุดท้ายที่ “หงส์แดง” พ่ายแพ้เกิดขึ้นในแมตช์พบ คริสตัล พาเลซ เมื่อเดือนเมษายน 2017 

    นอกจากนี้ “หงส์แดง” มักจะทำได้ดีเวลาที่พบกับทีมน้องใหม่โดยพวกเขาจัดการสั่งสอนทีมที่ขึ้นชั้นมาแบบสดๆ ร้อนๆ 17 เกมติดต่อกัน โดย 13 เกมในนั้นเป็นการเอาชนะด้วยผลต่างอย่างน้อย 2 ประตู และยังมีถึง 12 เกมที่ “เดอะ เร้ดส์” เอาชนะโดยการรักษาคลีนชีต (ไม่เสียประตู) ด้วย

   ยังไม่หมดแค่นั้นในการพบกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด 8 เกมหลังสุด ทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่เคยแพ้พวกเขาเลย จากการแข่งขันทุกรายการ (ชนะ 6 เสมอ 2 เกม) โดยแมตช์สุดท้ายที่แพ้ “ยูงทอง” เกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อเดือนเมษายน 2001 สกอร์ 1-2 

    ขณะเดียวกันในฐานะทีมแชมป์ลีก ลิเวอร์พูล มักจะเริ่มต้นซีซั่นใหม่ด้วยฟอร์มที่สุดยอด โดยพวกเขาแพ้แค่เกมเดียวเท่านั้นในนัดเปิดฤดูกาลเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีสมัยที่ “เดอะ เร้ดส์” ยังเป็นเจ้าของแชมป์ลีก 18 สมัยก่อนหน้านี้ (ชนะ 12 เสมอ 5 เกม) แมตช์โดน เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน สอยสกอร์ 0-2 เมื่อซีซั่น 1923/24 
 


5.  เกมแรกของ บิเอลซ่า ในพรีเมียร์ลีก
    มาริโอ บิเอลซ่า ได้รับการยกย่องว่าเป็นกุนซือมากความสามารถ และผ่านการกุมบังเหียนทั้งในระดับสโมสร และทีมชาติมาแล้ว โดยผลงานที่สร้างชื่อให้กับเขาก็คือการกุมบังเหียนนิวเวลล์ โอลด์ บอยส์  และ เวเลซ ซาร์ฟิลด์ คว้าแชมป์ลีกอาร์เจนตินา 

    หลังจากนั้นก็เดินทางมาทำมาหากินบนแผ่นดินยุโรป กับหลายสโมสรไม่ว่าจะเป็น แอธเลติก บิลเบา (รองแชมป์ยูฟ่า ยูโรปาลีก และรองแชมป์โกปา เดล เรย์) , โอลิมปิก มาร์กเซย, ลาซิโอ และ ลีลล์ ก่อนจะนั่งคุมทัพ ลีดส์ พร้อมนำทีมคว้าแชมป์ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ได้ตั๋วเลื่อนชั้นเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี

    ส่วนในระดับชาติ บิเอลซ่า เคยกุมบังเหียนทีมชาติอาร์เจนตินา โดยพาทีมคว้าเหรียญทองโอลิมปิก เกมส์ 2004 และรองแชมป์ โคปา อเมริกา รวมทั้งคุมทีมชาติชิลี ฉะนั้นเขาถือเป็นหนึ่งในเทรนเนอร์ที่มีประสบการณ์อย่างโชกโชนในการทำงานด้านนี้มานาน

    ดังนั้นแม้ว่านี่จะเป็นเกมแรกของ บิเอลซ่า ในการคุมทีมลงเล่นในศึกพรีเมียร์ลีก แถมยังต้องพบกับแชมป์เก่าในเมกะลูกหนัง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นนรกสำหรับทีมเยือน แต่ก็ไม่มีอะไรต้องหวั่นไหว ที่สำคัญเขาจะได้วัดกึ๋นกับกุนซือที่ได้ชื่อว่าเน้นการเล่นเกมบุกแบบเฮฟวี่เมทัลด้วย


คัดสรรมาเพื่อคุณ

สาระน่ารู้สำหรับ การเลี้ยงไก่ชน

อัปเดตข่าวสาร วงการฟุตบอลได้ที่นี่

เทคนิคการเล่นพนันบอล เล่นอย่างไรให้รวย

เกมยิงปลาเล่นอย่างไรให้รวย!

มวยไทยออนไลน์

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการแข่งรถ ต้องดู

ตรวจหวยฮานอย

ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

รวมความรู้เกี่ยวกับการปลูกไม้ดอก และไม้มงคล

รวมข่าวสารกีฬาฟุตบอล

Leave a Reply

%d bloggers like this: